Custom Search

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์

ข้อมูลทั่วไป

อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากบริเวณที่ดินป่าตะเบาะ และป่าห้วยใหญ่ ในท้องที่ตำบลห้วยใหญ่ ตำบลบ้านโคก และตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า ภูเขา และน้ำตกที่สวยงามยิ่ง สมควรกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อสงวนไว้ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน และเพื่ออำนวยประโยชน์อื่นแก่รัฐและประชาชน มีเนื้อที่ประมาณ 181,250 ไร่ หรือ 290 ตารางกิโลเมตร

เมื่อปี พ.ศ. 2532 จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้พบน้ำตกสวยงามเหมาะสมที่จะปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงได้ขอให้กรมป่าไม้ทำการสำรวจพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าตะเบาะและป่าห้วยใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ และกรมป่าไม้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเมื่อกลางปี งบประมาณ 2534












อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 115 ตอนที่ 78 ก หน้า 11 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2541 จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 87 ของประเทศไทย

ลักษณะภูมิประเทศ

เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นกำเนิดของห้วยน้ำดำ ห้วยผึ้ง ห้วยกกไฮ ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำชี เป็นผืนป่าเดียวกันกับป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่

อาณาเขตทิศเหนือติดกับอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิศใต้จดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิศตะวันออกจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิศตะวันตกจด อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ลักษณะภูมิอากาศ

โดยทั่วไปอากาศหนาวเย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนใหญ่ฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นมาก อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม

พืชพรรณและสัตว์ป่า

ส่วนที่ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน ยาง แดง สัก ก่อ ประดู่ ตะแบก ไผ่ ฯลฯ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ ช้างป่า เลียงผา หมูป่า เก้ง ลิง นกนานาชนิด สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และปลาชนิดต่าง ๆ




ไร่ บี เอ็น ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์

ไร่ บี เอ็น

ตั้งอยู่ริมถนนสายแคมป์สน-สะเดาะพงษ์ หมู่ที่ 11 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ










เป็นไร่ที่ผลิตพืช ผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว 1,000 กว่าไร่ ได้เริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 โดยคุณบรรเจิด คุ้นวงศ์ ผู้ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ เชิงวิชาการแผนใหม่ ปัจจุบันมีทายาทเข้ามาดูแลแทน คือ นายจุลพงษ์ คุ้นวงษ์ (บุตรชาย)

เริ่มจากการทำสวนลิ้นจี่เป็นอย่างแรก และได้พัฒนาปรับปรุงสายพันธ์มาตลอดตลอด ซึ่งทางไร่ยังนำพันธุ์ไม้ผลต่าง ๆ มาปลูกเพิ่มหลายชนิด เช่น มะม่วง อโวคาโด พลับ ลำใย น้อยหน่าออสเตรเลีย ปี่แป๊ และในช่วงการรอคอยการเก็บเกี่ยว ไม้ผล ได้ปลูกพืชผักพันธุ์ต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย ระยะแรกปลูกพืชผักท้องถิ่น พวกกะกล่ำปลี กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหัว ถั่วแขก ถั่วลันเตา ฯลฯ ซึ่งการตลาดไม่แน่นอน จึงหันมาปลูกพืชผักที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในกรุงเทพฯ ต้องการ เช่น ผักกาดแก้ว แครอท บีทรูธ แรดิช มะเขือม่วง บร็อคโคลี่ แตงกวาญี่ปุ่น เพราะมีตลาดที่แน่นอน ส่วนประเภทดอกไม้ที่ปลูก เช่น เบร์ดออฟพาราไดซ์ ลิลลี่ แกลดิโอลัส ดาหลา ตระกูลเอลิโกเนีย ฯลฯ ภายในไร่ จะมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ และดอกไม้ต่าง ๆ มากมายตามฤดูกาล มีสินค้าพืชผักเมืองหนาวจำหน่าย ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวมีร้านอาหารบริการ บริการนักท่องเที่ยวเดินชมไร่


ทับเบิก ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์








ทับเบิก ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า

บ้าน ทับเบิก อยู่ที่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 97 กิโลเมตร อยู่บน ภูทับเบิก ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก แหล่งน้ำ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว ในปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา บ้าน ทับเบิก ได้จัดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรองรับได้ 50 คน และจัดสถานที่สำหรับกางต็นท์สำหรับ 50 คน

ชาวบ้านบ้าน ทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ปลูกฝิ่นสำหรับจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้านรัฐบาล แต่เมื่อมีการเข้าปราบปรามและชาวบ้านได้เข้ามอบตัว จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยชาวบ้านได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบขั้นบันได และเป็นแหล่งที่ปลูกผักกะหล่ำปลีมากที่สุดในประเทศ วิถีชีวิตของชางม้งที่นี่ ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดงวัฒนธรรมด้วย

แต่เดิมชาวบ้านเรียก บ้าน ทับเบิก ว่า บ้านถ้ำเบิก เนื่องจากเคยมีถ้ำแห่งหนึ่งที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้านใน ผู้คนที่จะเดิทางผ่านหมู่บ้านนี้ต้องกล่าวขออนุญาต เป็นการเบิกทาง ถ้าไม่ทำก็จะเป็นประสบเคราะห์ ถ้ำนี้จึงได้ชื่อว่า ถ้ำเบิก แต่ในปัจจุบันไม่มีถ้ำนี้แล้ว เพราะดินถล่มปิดถ้ำไปหมดแล้ว

ภูทับเบิก เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542 เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้าน ทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลย มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขา







นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน

ภูทับเบิก เป็นชื่อยอดภูที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ จากการเป็นจุดที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกล สัมผัสอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อากาศสดชื่น ปลอดโปร่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างดี

ภาพทิวทัศน์ที่เห็นจากภูทับเบิก สวยงาม ตอนเช้าจะได้เห็นกลุ่มเมฆ ทะเลหมอก ตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากอยู่ในร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัย นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542

ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมี “ดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบาน”สะพรั่งไปทั้งภูเขา นอกจากนี้ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสัก ที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ “ดาวบนดิน” ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิก เป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า “นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน” สิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณหมู่บ้านทับเบิกและจุดชมวิว มีบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหารเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้เส้นทางท่องเที่ยวภูทับเบิกยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (ระยะทางประมาณ 35 กม.) อ.นครไทย จ.พิษณุโลก




ภูทับเบิก เขาเล่าว่า เป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีใหญ่ที่สุดในโลก



การเดินทาง

ท่านสามารถเดินทางโดยรถยนต์จากอำเภอหล่มสัก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ถึงอำเภอหล่มเก่า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2331 ท่านก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า เป็นระยะทางรวม 60 กิโลเมตร ครับ

ข้อมูลการติดต่อ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 3 หมายเลขโทรศัพท์ 0 5525 2742 หรือที่

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ โทรศัพท์ 0 5674 8650-1 และ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา โทรศัพท์ 0 56701 7736

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

ท่องเที่ยวพระตำหนักเขาค้อ เขาย่า การเดินทาง เพชรบูรณ์














พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้

การเดินทาง จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ถึงหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สน เลี้ยวซ้ายเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร

พาหนะที่จะขึ้นเขาค้อ ไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่ เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ทางขึ้นและทางลงจะอยู่คนละทางกัน ขาลงให้ใช้เกียร์ 1 และเบรคเป็นระยะๆ ควรใช้รถปิคอัพหรือรถตู้สภาพดี นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถเช่ารถสองแถวได้ที่ปากทางขึ้นเขาค้อ บริเวณแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100 ในราคาวันละประมาณ 600 บาท มีรถจอดคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หรืออาจเช่ารถสองแถวที่บริเวณตลาดเทศบาล ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ ราคาวันละประมาณ 800 บาท

พระตำหนักเขาค้อ เป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร เมื่อยืนอยู่บริเวณพระตำหนัก จะมองเห็นทัศนียภาพสวยงามมาก เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ มาทรงทำการเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ได้ทรงปรารภว่า บริเวณเขาย่า มีพื้นที่สวยงาม น่าจะจัดทำโครงการ อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่ออนุรักษ์ป่า ดังนั้นพระตำหนักเขาค้อ จึงได้ สร้างขึ้น เมื่อเดือน กรกฎาคม 2527 จากความร่วมมือ ของหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อนำขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายแด่ องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาส ที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มาทรงเยี่ยม งานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิด พระตำหนักเขาค้อ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528

ลักษณะตัวอาคารพระตำหนักเขาค้อ เป็นอาคารชั้นเดียวติดต่อกัน เป็นรูปครึ่งวงกลม มีอาคารบางส่วน สร้างเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องบรรทมของประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างแบ่งเป็นด้านซ้ายและขวา ด้านซ้ายเป็นห้องพระราชทางเลี้ยง ห้องเสวย และห้องเข้าเฝ้าฯ ส่วนด้านขวาเป็นห้องบรรทมของพระบรมวงศานถวงศ์ ใกล้กับพระตำหนักมีห้องพักของข้าราชบริพาร จำนวน 12 ห้อง สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมเช่นกัน

บริเวณรอบพระตำหนักจะปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิดมีบ้านพักทหารม้า บริการให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก จำนวน 2 เรือนแถว และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมบริเวณใกล้กับบ้านพักได้ แต่ต้องเตรียมเครื่องนอนไปให้พร้อม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่สูง ตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นมาก

นอกจากนี้ ยังมีเส้นทาง สำหรับปีนเขาย่า ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของ อำเภอเขาค้อ เห็นได้ระยะไกล ทางขึ้นอยู่ติดกับร้านค้าสวัสดิการ ระยะทางประมาณ 300 เมตร แต่ค่อนข้างชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่เดินพิชิตเขาย่าได้ จะมีใบประกศเกียรติคุณมอบให้เป็นที่ระลึก

เปิดเวลา 06.00-18.00 น.

ต้องแต่งกายสุภาพ

ชมได้เฉพาะภายนอกพระตำหนัก หากเป็นช่วงที่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน จากสี่แยกสะเดาะพง ใช้เส้นทางหมายเลข 2258 ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ช่วงนี้เส้นทางจะชันมาก ให้ขับรถอย่างระมัดระวัง และจะเจอทางแยกให้รถขึ้นและลงคนละทาง ให้ไปตามทางขึ้นจนถึงประตำหนัก การเดินทาง ขึ้นพระตำหนักเขาค้อ ทางขึ้นเขาค่อนข้างชัน การขึ้นเขาต้องใช้ ความระมัดระวังมาก และรถที่ใช้ต้องมีสภาพดี เครื่องยนต์กำลังสูง ในพื้นที่จะมีรถโดยสารรับส่งขาขึ้น-ขาลง


ทะเลหมอกรีสอร์ทเขาค้อ














ทะเลหมอกรีสอร์ทเขาค้อ

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า เขาค้อ เป็นเพราะป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาวและมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์

เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อ มีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย และเขาอุ้มแพ ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง

สถานที่ท่องเที่ยงบนเขาค้อ นอกจากสถานที่ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว เขาค้อยังมีความสวยงามให้ชื่นชมได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการขึ้นไปชมทะเลหมอกในฤดูหนาว ซึ่งมีที่พักหลายแห่งสามารถเห็นทะเลหมอกที่สวยงามได้ในตอนเช้า ส่วนในฤดูร้อนก็ยังมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชม เนื่องจากมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำ ทำให้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี

ทะเลหมอกบนเขาค้อ บริเวณที่เกิดทะเลหมอกบนเขาค้อ คือบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ซึ่งอยู่ด้านล่างของถนนเส้นทางหลักสาย 2196 บริเวณใกล้ๆ กับที่ทำการอ.เขาค้อ สามารถชมทะเลหมอกได้ในช่วงเช้า ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถึงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า จุดที่นิยมไปชมกันมากที่สุด คือบริเวณที่ตั้งของรีสอร์ทเขาค้อทะเลหมอก, พรสวรรค์รีสอร์ท และบริเวณใกล้เคียง เช่น ชุมสายโทรศัพท์เขาค้อ และสถานที่ราชการ ที่อยู่ติดๆกัน สามารถกางเต็นท์ พักแรมได้

นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทอีกหลายแห่ง ที่สามารถพักแรมในบ้านพัก หรือกางเต็นท์นอน เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้า ที่หน้าบ้านกันเลย ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณจุดชมทะเลหมอกริมถนนสาย 2196 นี้ บางรีสอร์ทอาจต้องเขาซอย หรืออยู่ต่ำลงไปอีกนิดหนึ่ง แต่ก็สามารถชมทะเลหมอกได้เช่นกัน บางวันที่มีหมอกหนาแน่น รีสอร์ทที่อยู่ต่ำ ก็จะถูกหมอกคลุม กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลหมอก เป็นบ้านในสายหมอก ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ที่พัก มีแบบเป็นหลังเดียวตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ถึงก้องใหญ่ 8 คน มีเต้นท์หลายขนาดไว้บริการ 2-12 คน
นอกจากนี้เรามีสถานที่สำหรับนำเต้นท์มาเอง บริการห้องน้ำรวมมีนำอุ่นทุกห้อง

ราคา บ้านเดี่ยว 1,200 ริมน้ำ 650 - (2 ท่าน) เชิงเขา1 750 - (3 ท่าน)

เชิงเขา2 2,000 - (6 ท่าน) หลังใหญ่(8 ท่าน) 2,500 -

เต้นท์ให้บริการ ท่านละ 200 - (รวมอาหารเช้า)

ติดต่อจอง 081-438-8708,089-442-6022,087-107-1526

เขาค้อ คันทรี่ แคมป์ปิ้ง(ไร่ทัพหมอก)

ที่อยู่ : 69 ม.5 บ้านปัญญาดี ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

เบอร์โทรติดต่อ : 081-438-8708,089-442-6022,087-107-1526

เว็บไซต์ : http://kaokorcountrycamping.9nha.com/


สินค้ารวม